ขนมหวานของไทย

หลายคนถูกอกถูกใจในอาหารหวาน อาหารว่างนั้นมีมากไม่น้อยเลยทีเดียวจากทั่วทั้งโลกในแต่ละประเทศนั้นก็จะมีขนมหวานที่แต่แตกต่างออกไป


แล้วแต่ว่าประเทศนั้นๆจะหาวัตถุดิบอะไรมาประกอบเพื่อทำของว่างส่วยของไทยเราก็มีขนมไทยโบราณต่างๆเยอะเช่น ขนมบัวลอยแทงไม้ ขนมบัวลอยมันม่วงฟักทอง ครองแครงอัญชันน้ำกะทิ ถั่วแปบ ขนมโคกกะทิ อาหารหวานโคก ของว่างกล้วย ขนมมันม่วง อาหารหวานฟักทอง อาหารหวานต้มสามสี ขนมชั้น ขนมถ้วย วุ้นกะทิใบเตย สาคูขนมบัวลอย มันม่วงฉาบ ขนมลอดช่อง ขนมตะโก้ ของว่างเข่ง สังขยาฟักทอง สาคู กล้วยเชื่อม มันเชื่อม ข้าวเหนียวมูน ของว่างเฉอะแฉะปูน และจากนั้นก็ที่สำคัญต้องมีให้ได้เลยกับ ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง นี่เป็นเพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของขนมหวานไทยเท่านั้นยังมีอีกมากมายที่ยังไม่ได้บอกไป ต้นเหตุของคำว่าของว่าง เข้าครั้งม ข้าวครั้งม มีหลายท่านตั้งข้อสันนิษฐานเริ่มตั้งแต่คำแรกว่า ข้าวนม เพราะเหตุว่าเมื่อก่อนทำขนมหวานกันด้วยข้าวรวมทั้งนม ขนมหวานส่งผลกระทบมาจากประเทศอินเดียใช้ข้าวกับนมเป็นองค์ประกอบหลักที่สำคัญสำหรับเพื่อการจะทำขนมแต่ว่าที่สำคัญเลยเป็นนมนั้นไม่ได้เป็นส่วนประกอบของขนมไทยโบราณเลยของว่างของไทยนั้นจะใช้น้ำกะทิใช้มะพร้าวเป็นส่วนประกอบต่างหาก ส่วนเข้าครั้งมนั้น พระราชวรวงศ์คุณ กรมหมื่นเจริญรุ่งเรืองพรสาบานได้ทรงตั้งข้อสันนิษฐานเอาไว้ว่า คราวม นั้นบ้ามาจาก เข้าท่าเข้าทางม ด้วยความที่ครั้งมนั้นแสดงว่าหวานส่วนทางเหนือนั้นเรียกอาหารหวานว่า ข้าวคราวม แล้วหลังจากนั้นก็ยังมีอีกข้อสมมติฐานหนึ่งที่เป็นที่น่าพออกพอใจจำนวนมากกับคำว่าขนมหวานนั้นบางครั้งก็อาจจะมาจากคำในภาษาเขมรมันก็คืออาหารที่ทำมาจากแป้งพอเพียงมาทดสอบพิเคราะห์กันดูแล้วพบว่าอาหารหวานไม่น้อยเลยทีเดียวนั้นล้วนแล้วแต่ทำมาจากแป้งโดยจะมีน้ำตาลแล้วก็น้ำกะทิเป็นส่วนประกอบคำว่าอาหารหวานก็อาจจะสติไม่ดีมาจากคำในภาษาเขมรก็บางครั้งก็อาจจะเป็นไปได้แม้กระนั้นไม่ว่าขนมหวานนั้นจะมีรากศัพท์มาจากคำใดหรือมาจากภาษาใดก็ตามขนมหวานนั้นได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในสังคมไทยของเรามีผู้คนจำนวนมากที่ประทับใจในของว่างของไทยขนมไทยโบราณได้มีการแพร่หลายมากันมากขึ้นในตอนสมัยอยุธยาปรากฏอยู่ในบันทึกเหตุการณ์หลายฉบับ ขนมไทยโบราณของแท้นั้นจะพอได้ว่าส่วนประกอบหลักๆก็จะหนีไม่พ้น แป้ง น้ำตาล รวมทั้งมะพร้าว สามสิ่งนี้เป็นสาระสำคัญของวิธีทำขนมไทยโบราณเลยก็ว่าได้ ในสมัยเก่าชาวไทยไม่ค่อยที่จะทานอาหารหวานกันทุกๆวันนะโดยมากจะกินก็เมื่อมีงานกุศลหรือทำเลี้ยงแขกกล่าวได้เลยว่าขนมไทยโบราณนั้นอยู่คู่กับคนไทยมาอย่างเป็นเวลายาวนานและก็ทำให้ทั่งโลกได้รู้ว่าของว่างของไทยนั้นอร่อยเพียงจนกระทั่งเป็นเอกลักษณ์ของคนประเทศไทยไปแล้ว

You may also like...